ปรับปรุงล่าสุด
สารบัญ
สาระสำคัญของหน้านี้
- ไม่ทำพินัยกรรม เท่ากับให้กฎหมายแบ่งแทน — มาตรา 1620 ให้ปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทโดยธรรม เมื่อผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ หรือทำไว้แต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับ
- ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับ และลำดับก่อนตัดลำดับหลัง — มาตรา 1629 เรียงลำดับไว้ มาตรา 1630 วรรคหนึ่งตัดลำดับหลังออก เว้นแต่วรรคสองซึ่งให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรเมื่อมีผู้สืบสันดานอยู่ด้วย
- คู่สมรสไม่ได้ครึ่งหนึ่งเสมอไป — มาตรา 1635 แยกไว้สี่กรณี ถ้ามีผู้สืบสันดานได้เสมือนทายาทชั้นบุตร ถ้ามีบิดามารดาหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาได้กึ่งหนึ่ง ถ้ามีทายาทลำดับที่สี่ถึงหกได้สองส่วนในสาม และได้ทั้งหมดเมื่อไม่มีทายาทตามมาตรา 1629
- บ้านและที่ดินโอนไม่ได้ถ้าทายาทคนหนึ่งไม่ยอมลงชื่อ — มาตรา 1745 ให้นำบทว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวมมาใช้ก่อนแบ่งมรดกเสร็จ และมาตรา 1361 วรรคสองห้ามจำหน่ายตัวทรัพย์เว้นแต่เจ้าของรวมทุกคนยินยอม
- ผู้จัดการมรดกตั้งได้สองทาง — มาตรา 1711 คือโดยพินัยกรรมหรือโดยคำสั่งศาล และเมื่อไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม มาตรา 1713 ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ โดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก
- คดีมรดกมีอายุความหนึ่งปี อย่างช้าที่สุดสิบปี — มาตรา 1754 ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย และไม่ว่ากรณีใดห้ามฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย
- คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ใช่ทายาทโดยธรรม — มาตรา 1635 ให้ส่วนแบ่งเฉพาะคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย การยกทรัพย์ให้คู่ชีวิตที่มิได้จดทะเบียนจึงทำได้โดยพินัยกรรมเท่านั้น
เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม มาตรา 1620 ให้ปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทโดยธรรม การแบ่งจึงเดินตามลำดับหกลำดับในมาตรา 1629 ประกอบมาตรา 1630 และส่วนแบ่งของคู่สมรสตามมาตรา 1635 ผลที่ได้จึงขึ้นอยู่กับโครงสร้างครอบครัวที่เหลืออยู่ ไม่ใช่ความประสงค์ที่เจ้าของทรัพย์เคยบอกไว้ด้วยวาจา
สรุปให้เข้าใจง่ายก่อน
มาตรา 1620 บัญญัติว่าถ้าผู้ใดตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ หรือทำพินัยกรรมไว้แต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับ ให้ปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตาย กติกาการแบ่งทั้งหมดจึงอยู่ในบรรพ 6 มาตรา 1599 ถึง 1755 และคำสั่งด้วยวาจาของเจ้ามรดกไม่อาจเปลี่ยนส่วนแบ่งตามกฎหมายนี้ได้
เมื่อคนเราเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ทรัพย์สินลอยอยู่กลางอากาศ แต่มีกติกาตายตัวว่าใครจะได้อะไร เรียกระบบนี้ว่า "การรับมรดกโดยทายาทโดยธรรม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1620–1755
ปัญหาคือ กฎหมายจัดการให้ตาม "ลำดับครอบครัว" ซึ่งอาจไม่ตรงกับความปรารถนาของเจ้าของทรัพย์สินเลย ใครที่คิดว่า "ลูกคนนี้ดูแลผมตลอด" หรือ "อยากให้หลานคนนั้นได้บ้านหลังนี้" — ถ้าไม่มีพินัยกรรม ความปรารถนานั้นก็ไม่มีผลทางกฎหมาย
ในประเทศไทย คนส่วนใหญ่เสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม ส่งผลให้ทรัพย์มรดกกระจายตามกฎหมายอัตโนมัติ ซึ่งในหลายกรณีทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างทายาท บ้านถูก "แช่แข็ง" โอนไม่ได้ หรือทรัพย์สินตกไปอยู่ในมือที่ไม่ใช่คนที่เจ้าของตั้งใจ
บทความนี้อยู่ในหมวด กฎหมายวัยเก๋า และเชื่อมกับหัวข้อ มรดกและพินัยกรรม, ทายาทโดยธรรม, ผู้จัดการมรดก และ การวางแผนชีวิตล่วงหน้า ถ้าต้องการเริ่มจากฝั่งป้องกัน ให้ต่อที่ พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มอย่างไร
ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ คือใคร
มาตรา 1629 จัดทายาทโดยธรรมไว้หกลำดับ เริ่มจากผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ย่าตายาย และลุงป้าน้าอา มาตรา 1630 วรรคหนึ่งให้ลำดับก่อนตัดลำดับหลังออกทั้งหมด ส่วนวรรคสองให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรเมื่อมีผู้สืบสันดานอยู่ด้วย
กฎหมายกำหนดลำดับทายาทโดยธรรมไว้ 6 ลำดับ โดยลำดับที่สูงกว่าจะได้รับมรดกก่อน หากมีทายาทลำดับแรกอยู่ ทายาทลำดับถัดไปจะไม่มีสิทธิ์รับมรดกเลย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 กำหนดให้ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับ โดยทายาทในลำดับก่อนมีสิทธิ์ได้รับมรดกก่อนทายาทในลำดับหลัง และทายาทในลำดับก่อนตัดทายาทในลำดับหลังมิให้รับมรดก เว้นแต่จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
คู่สมรสได้รับมรดกอย่างไร
มาตรา 1635 แยกส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นสี่กรณี ถ้ามีผู้สืบสันดานตามมาตรา 1629 (1) คู่สมรสได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร ถ้ามีบิดามารดาหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาได้กึ่งหนึ่ง ถ้ามีทายาทลำดับที่สี่ถึงหกได้สองส่วนในสาม และถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา 1629 เลย ได้มรดกทั้งหมด
คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิ์รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม แต่สัดส่วนที่ได้จะขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทลำดับใดอยู่ด้วย
- มีผู้สืบสันดาน (ลำดับ 1) — คู่สมรสได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร ตามมาตรา 1635 (1) เช่น มีบุตร 3 คน และบิดามารดาของผู้ตายไม่มีชีวิตอยู่แล้ว มรดกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน ไม่ใช่คู่สมรสได้ครึ่งหนึ่ง
- ไม่มีผู้สืบสันดาน แต่มีบิดามารดา (ลำดับ 2) — คู่สมรสได้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 1635 (2) อีกกึ่งหนึ่งตกแก่บิดามารดา
- มีพี่น้องร่วมบิดามารดา (ลำดับ 3) — คู่สมรสได้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 1635 (2) เช่นเดียวกัน
- มีทายาทลำดับ 4 ถึง 6 (พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา) — คู่สมรสได้สองส่วนในสาม ตามมาตรา 1635 (3)
- ไม่มีทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 เลย — คู่สมรสได้มรดกทั้งหมด ตามมาตรา 1635 (4)
คู่ชีวิตที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหน หากต้องการให้คู่ชีวิตได้รับมรดก จำเป็นต้องทำพินัยกรรมระบุไว้เท่านั้น
ปัญหาจริงที่มักเกิดขึ้นเมื่อไม่มีพินัยกรรม
ก่อนแบ่งมรดกเสร็จ มาตรา 1745 ให้ทายาทหลายคนมีสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์มรดกร่วมกัน และให้นำมาตรา 1356 ถึง 1366 ว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวมมาใช้บังคับ ผลคือมาตรา 1361 วรรคสองห้ามจำหน่ายตัวทรัพย์เว้นแต่เจ้าของรวมทุกคนยินยอม บ้านและที่ดินจึงติดค้างทันทีเมื่อทายาทคนหนึ่งไม่ลงชื่อ
ในทางปฏิบัติ การรับมรดกโดยไม่มีพินัยกรรมนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ถ้าไม่ทำพินัยกรรม กฎหมายก็ทำให้เอง — แต่กฎหมายไม่รู้ว่าท่านรักใครมากที่สุด
ต้องทำอะไรบ้างหลังจากผู้เสียชีวิตไม่มีพินัยกรรม
มาตรา 1711 วางหลักว่าผู้จัดการมรดกตั้งขึ้นได้ทั้งโดยพินัยกรรมและโดยคำสั่งศาล เมื่อไม่มีพินัยกรรม มาตรา 1713 ให้ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาล และให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์โดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก ส่วนมาตรา 1718 ห้ามผู้เยาว์ คนวิกลจริต และคนล้มละลายเป็นผู้จัดการมรดก
เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ทายาทจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อจัดการมรดกให้ถูกต้อง
ทายาทยื่นคำร้องต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา) เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งจะเป็นคนกลางในการรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดก กระบวนการนี้ใช้เวลา 3–6 เดือน หรือนานกว่านั้นถ้ามีการโต้แย้ง
ผู้จัดการมรดกต้องสำรวจและรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดิน บ้าน บัญชีเงินฝาก หุ้น หนี้สิน และสินค้าต่าง ๆ พร้อมประเมินมูลค่า
ก่อนแบ่งมรดก ต้องชำระหนี้สินของผู้ตายจากกองมรดกก่อน ส่วนภาษีการรับมรดกเป็นหน้าที่ของผู้รับมรดกแต่ละคน เฉพาะเมื่อได้รับมรดกจากเจ้ามรดกรายเดียวรวมกันเกิน 100 ล้านบาท โดยเสีย 10% ของส่วนที่เกิน หรือ 5% หากเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน (คู่สมรสไม่ต้องเสีย) และยื่นแบบภายใน 150 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดก
ผู้จัดการมรดกดำเนินการแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด โดยทายาททุกคนต้องเห็นชอบหรือยึดตามคำพิพากษาศาล
หลังแบ่งมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ให้แก่ทายาทแต่ละรายที่สำนักงานที่ดินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย เมื่อไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ศาลจะตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก (มาตรา 1713)
ทำไมพินัยกรรมถึงดีกว่า
พินัยกรรมเปลี่ยนผลของมาตรา 1620 ได้โดยตรง เพราะกฎหมายเรียกทายาทโดยธรรมเข้ามารับมรดกเฉพาะเมื่อไม่มีพินัยกรรมหรือพินัยกรรมไม่มีผลบังคับ ผู้ทำพินัยกรรมจึงกำหนดตัวผู้รับและสัดส่วนได้เอง และตั้งผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้าได้ตามมาตรา 1711 โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล
นักกฎหมายที่ทำงานด้านมรดกมานาน ต่างยืนยันตรงกันว่า การทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าช่วยแก้ปัญหาได้เกือบทั้งหมดที่กล่าวมา
- กำหนดได้เองว่าใครจะได้อะไร ในสัดส่วนเท่าไร ไม่ต้องพึ่งกฎหมายที่อาจไม่ตรงใจ
- ป้องกันข้อพิพาทระหว่างทายาท เพราะเจตนาชัดเจนตั้งแต่ต้น
- ระบุผู้จัดการมรดกได้ล่วงหน้า ไม่ต้องรอคำสั่งศาล
- มอบทรัพย์สินให้คนที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรมได้ เช่น หลาน คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือมูลนิธิ
- ระบุความประสงค์เรื่องการจัดการศพ การบริจาคอวัยวะ หรือเรื่องอื่น ๆ ได้
การทำพินัยกรรมไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด มีแบบที่เขียนเองทั้งฉบับโดยไม่ต้องมีพยาน และแบบธรรมดาที่ต้องมีพยาน 2 คน ซึ่งทำได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องไปทนายความ อยากรู้รายละเอียดว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไรอ่านได้ที่ บทความ: พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มอย่างไร
ข้อแนะนำสำหรับวัยเก๋า
ข้อจำกัดที่ต้องวางแผนล่วงหน้ามีสองเรื่อง มาตรา 1481 ห้ามสามีหรือภริยาทำพินัยกรรมยกสินสมรสเกินกว่าส่วนของตน และมาตรา 1754 ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่ทายาทรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก อย่างช้าที่สุดสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย การสำรวจทรัพย์สินและทำพินัยกรรมไว้จึงลดข้อพิพาทได้จริง
ถ้าท่านยังไม่มีพินัยกรรม นี่คือสิ่งที่ควรทำในลำดับแรก
- สำรวจทรัพย์สินที่มีอยู่ — ที่ดิน บ้าน เงินฝาก หุ้น ประกันชีวิต รถ ฯลฯ
- ตัดสินใจว่าอยากให้ใครได้อะไร — อย่าทิ้งไว้ให้กฎหมายตัดสิน
- เลือกแบบพินัยกรรมที่เหมาะกับท่าน — แบบเขียนเองหรือแบบธรรมดา
- ปรึกษานักกฎหมายหากมีทรัพย์สินซับซ้อน — ธุรกิจ หุ้นส่วน ที่ดินหลายแปลง ฯลฯ
- บอกคนในบ้านว่าพินัยกรรมเก็บไว้ที่ไหน — เพื่อไม่ให้หายไปเมื่อจำเป็น
อ่านต่อในคลัสเตอร์มรดกและพินัยกรรม: ถ้าอยากเข้าใจฝั่งการวางแผนล่วงหน้า ให้ไปที่ พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มอย่างไร และถ้าต้องการดูหน้ารวมของหมวดนี้ให้ไปที่ กฎหมายผู้สูงอายุ
ทายาทที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาอายุ 60 ปีขึ้นไปซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หักลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาทตามประมวลรัษฎากร มาตรา 47 (1) (ญ) ดูรายละเอียดที่ ภาษีเงินได้ของผู้สูงอายุและค่าลดหย่อนบิดามารดา
คำถามที่มักถามบ่อย
คำถามห้าข้อต่อไปนี้ตอบจากบทบัญญัติที่อ้างไว้ในหน้านี้ ได้แก่ การร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1713 อายุความคดีมรดกหนึ่งปีและสิบปีตามมาตรา 1754 และภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เฉพาะมรดกส่วนที่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ถ้าต้องการอ่านต่อในเว็บนี้ ให้ดู ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ, ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม, พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มอย่างไร และ หน้าปรึกษากฎหมาย
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก มาตรา 1599–1755 โดยสรุปสาระในหน้านี้ที่ สรุปให้เข้าใจง่าย และ ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ
- กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. เติมรู้ เตรียมพร้อมก่อนสูงวัย. พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2562.
- ดร.อภิชัย จันทรเสน. กฎหมายสำหรับผู้สูงอายุ. สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ.
- อวยชัย อิสรวิริยะสกุล. พินัยกรรมต้องทำตามแบบ. MU LAW E-Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 ก.ค.–ธ.ค. 2562.
- พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11.
- พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558.
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2481: ป.พ.พ. มาตรา 1693, 1694, 1695 — พินัยกรรมหลายฉบับ การเพิกถอนต้องกระทำแต่ละฉบับ การเพิกถอนด้วยวาจาไม่มีผล การทำลายหลังผู้ทำพินัยกรรมตายไม่มีผล อ่านต่อคู่กันกับ บทความเรื่องการทำพินัยกรรม
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2508: ป.พ.พ. มาตรา 1693, 1695, 1713 — การเพิกถอนพินัยกรรมต้องทำลายหรือขีดฆ่าเท่านั้น ไม่ใช่วาจา; พินัยกรรมที่ตั้งผู้จัดการมรดกมีผลบังคับ ทายาทอื่นขอตั้งเพิ่มไม่ได้ ดูหัวข้อ ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2540: ป.พ.พ. มาตรา 1481, 1656, 1671, 1705 — พินัยกรรมมีพยาน 3 คนสมบูรณ์แม้ไม่มีลายมือชื่อผู้เขียน; สินสมรสส่วนของผู้ตายเป็นทรัพย์มรดกที่แบ่งได้
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2545: ป.พ.พ. มาตรา 850, 1612, 1615, 1656, 1705, 1727 — บันทึกข้อตกลงรับเงินแล้วไม่เรียกร้องอีกเป็นการสละมรดกทั้งหมด; พินัยกรรมพยานไม่ลงวันที่เป็นโมฆะ อ่านต่อคู่กันกับ บทความเรื่องการทำพินัยกรรม
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2561: ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย, 1658, 1713 — ผู้ถูกตัดมรดกไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก; พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องมีรายการครบถ้วน ดูหัวข้อ ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563: ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย, 1693, 1694, 1713 — พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรกได้; ข้อกำหนดพินัยกรรมไม่ผูกพันทรัพย์สินของคู่สมรสที่ยังมีชีวิต อ่านต่อที่ พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มอย่างไร
- ศาลจังหวัดระนอง. การเตรียมเอกสารยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก. แนวปฏิบัติ ม.1713. ดูหัวข้อ ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม