สรุปให้เข้าใจง่ายก่อน

⚖️ มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1620 "ถ้าผู้ใดตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้แต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับ ให้ปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้น"

เมื่อคนเราเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ทรัพย์สินลอยอยู่กลางอากาศ แต่มีกติกาตายตัวว่าใครจะได้อะไร เรียกระบบนี้ว่า "การรับมรดกโดยทายาทโดยธรรม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1620–1755

ปัญหาคือ กฎหมายจัดการให้ตาม "ลำดับครอบครัว" ซึ่งอาจไม่ตรงกับความปรารถนาของเจ้าของทรัพย์สินเลย ใครที่คิดว่า "ลูกคนนี้ดูแลผมตลอด" หรือ "อยากให้หลานคนนั้นได้บ้านหลังนี้" — ถ้าไม่มีพินัยกรรม ความปรารถนานั้นก็ไม่มีผลทางกฎหมาย

⚠️ ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้

ในประเทศไทย คนส่วนใหญ่เสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม ส่งผลให้ทรัพย์มรดกกระจายตามกฎหมายอัตโนมัติ ซึ่งในหลายกรณีทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างทายาท บ้านถูก "แช่แข็ง" โอนไม่ได้ หรือทรัพย์สินตกไปอยู่ในมือที่ไม่ใช่คนที่เจ้าของตั้งใจ

🗂️ คลัสเตอร์ของบทความนี้

บทความนี้อยู่ในหมวด กฎหมายวัยเก๋า และเชื่อมกับหัวข้อ มรดกและพินัยกรรม, ทายาทโดยธรรม, ผู้จัดการมรดก และ การวางแผนชีวิตล่วงหน้า ถ้าต้องการเริ่มจากฝั่งป้องกัน ให้ต่อที่ พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มยังไง

ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ คือใคร

⚖️ มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 กำหนดทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ ทายาทลำดับก่อนมีสิทธิได้รับมรดกก่อนทายาทลำดับหลัง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1630 ทายาทลำดับก่อนตัดทายาทลำดับหลังมิให้รับมรดก เว้นแต่จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานมีสิทธิรับมรดก

กฎหมายกำหนดลำดับทายาทโดยธรรมไว้ 6 ลำดับ โดยลำดับที่สูงกว่าจะได้รับมรดกก่อน หากมีทายาทลำดับแรกอยู่ ทายาทลำดับถัดไปจะไม่มีสิทธิ์รับมรดกเลย

1
ผู้สืบสันดาน บุตร หลาน เหลน — ได้รับมรดกก่อนทุกคน บุตรนอกกฎหมายที่รับรองแล้วก็มีสิทธิ์ด้วย
2
บิดามารดา บิดาและมารดาของผู้ตาย — มีสิทธิ์รับมรดกร่วมกับลำดับที่ 1 ได้ในบางกรณี
3
พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องแท้ ร่วมทั้งพ่อและแม่
4
พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่
5
ปู่ย่าตายาย ทั้งฝ่ายบิดาและมารดา
6
ลุง ป้า น้า อา ลำดับสุดท้าย — ได้รับมรดกต่อเมื่อไม่มีทายาทในลำดับก่อนหน้าเลย
📜 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 กำหนดให้ทายาทโดยธรรมมี 6 ลำดับ โดยทายาทในลำดับก่อนมีสิทธิ์ได้รับมรดกก่อนทายาทในลำดับหลัง และทายาทในลำดับก่อนตัดทายาทในลำดับหลังมิให้รับมรดก เว้นแต่จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา 1620 "ถ้าผู้ใดตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้แต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับ ให้ปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้น"

คู่สมรสได้รับมรดกอย่างไร

⚖️ มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1635 กำหนดสัดส่วนการรับมรดกของคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง โดยสัดส่วนที่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทโดยธรรมลำดับใดอยู่ด้วย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1481 สินสมรสเป็นทรัพย์ที่สามีภรรยามีร่วมกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ต้องแบ่งสินสมรสก่อน ส่วนของผู้ตายจึงตกเป็นมรดก

คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิ์รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม แต่สัดส่วนที่ได้จะขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทลำดับใดอยู่ด้วย

  • มีบุตร (ลำดับ 1) — คู่สมรสได้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งแบ่งให้บุตรทุกคนเท่า ๆ กัน
  • มีพ่อแม่ (ลำดับ 2) แต่ไม่มีบุตร — คู่สมรสได้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งตกแก่พ่อแม่
  • มีพี่น้อง (ลำดับ 3) แต่ไม่มีบุตรและพ่อแม่ — คู่สมรสได้ 2 ใน 3 พี่น้องได้ 1 ใน 3
  • ไม่มีทายาทโดยธรรมเลย — คู่สมรสได้มรดกทั้งหมด
⚠️ แฟนที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย

คู่ชีวิตที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีสิทธิ์รับมรดกตามกฎหมายแม้แต่บาทเดียว ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหน หากต้องการให้คู่ชีวิตได้รับมรดก จำเป็นต้องทำพินัยกรรมระบุไว้เท่านั้น

ปัญหาจริงที่มักเกิดขึ้นเมื่อไม่มีพินัยกรรม

ในทางปฏิบัติ การรับมรดกโดยไม่มีพินัยกรรมนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

กรณีที่ 1
บ้านโอนไม่ได้ เพราะต้องรอทายาทครบทุกคนเซ็น
เมื่อไม่มีพินัยกรรม บ้านและที่ดินจะตกเป็นสมบัติร่วมของทายาทโดยธรรมทุกคนโดยอัตโนมัติ การโอนกรรมสิทธิ์หรือขายทรัพย์สินจะต้องได้รับความยินยอมจากทายาทครบทุกคน หากมีทายาทคนใดคนหนึ่งไม่ยอม ไม่ยอมเซ็น หรือหาตัวไม่พบ ทรัพย์สินนั้นก็จะถูก "แช่แข็ง" ไปเรื่อย ๆ
กรณีที่ 2
ลูกที่ดูแลพ่อแม่มาตลอดได้เท่ากับลูกที่ไม่เคยกลับบ้าน
กฎหมายไม่สนใจว่าใครเป็นคนดูแลพ่อแม่มานานแค่ไหน บุตรทุกคนได้รับมรดกในสัดส่วนเท่า ๆ กัน ความไม่เป็นธรรมตรงนี้เองที่ทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างพี่น้องบ่อยครั้ง และมักลากยาวไปหลายปี
กรณีที่ 3
หลานที่รักที่สุดกลับไม่ได้อะไรเลย
หากปู่ย่าตายายต้องการยกทรัพย์สินบางส่วนให้หลานโดยตรง แต่ไม่มีพินัยกรรม หลานจะไม่ได้รับมรดกโดยตรงเลย เพราะหลานอยู่ในลำดับที่ 1 ก็จริง แต่จะได้รับมรดกก็ต่อเมื่อบิดามารดาของหลาน (ซึ่งเป็นบุตรของผู้ตาย) เสียชีวิตก่อน เท่านั้น
กรณีที่ 4
ทรัพย์สินตกเป็นของรัฐ เพราะหาทายาทไม่พบ
หากผู้ตายไม่มีทายาทโดยธรรมและไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1753 ซึ่งเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บุตรหลานเสียชีวิตก่อนและไม่มีทายาทในลำดับอื่น
⚖ คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
ฎีกาที่ 3776/2545
ป.พ.พ. มาตรา 850, 1612, 1615
บันทึกข้อตกลงที่ทายาทรับเงินจากผู้จัดการมรดกแล้วระบุว่าจะไม่เรียกร้องสิ่งใดทั้งสิ้นอีก เป็นการประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องมรดก จึงเป็นการสละมรดกทั้งหมดมิใช่สละเพียงบางส่วน และมีผลย้อนหลังถึงวันเจ้ามรดกตายตาม ม.1615 ทายาทที่สละแล้วไม่มีสิทธิ์เรียกร้องส่วนแบ่งมรดกหรือขอถอนผู้จัดการมรดกอีก

ถ้าไม่ทำพินัยกรรม กฎหมายก็ทำให้เอง — แต่กฎหมายไม่รู้ว่าคุณรักใครมากที่สุด

ต้องทำอะไรบ้างหลังจากผู้เสียชีวิตไม่มีพินัยกรรม

⚖️ มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1711 ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกคนมีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมให้ศาลตั้งตามนั้น ถ้าไม่มีพินัยกรรมให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ โดยคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ของทายาท
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 บุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดก ได้แก่ ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลล้มละลาย

เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ทายาทจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อจัดการมรดกให้ถูกต้อง

1
ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทต้องยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว หรือศาลแพ่ง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งจะเป็นคนกลางในการรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดก กระบวนการนี้ใช้เวลา 3–6 เดือน หรือนานกว่านั้นถ้ามีการโต้แย้ง

2
รวบรวมเอกสารและรายการทรัพย์สิน

ผู้จัดการมรดกต้องสำรวจและรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดิน บ้าน บัญชีเงินฝาก หุ้น หนี้สิน และสินค้าต่าง ๆ พร้อมประเมินมูลค่า

3
ชำระหนี้สินและภาษีมรดก

ก่อนแบ่งมรดก ต้องชำระหนี้สินทั้งหมดของผู้ตายก่อน และหากมรดกมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ต้องชำระภาษีมรดกในอัตรา 10% ของส่วนที่เกินด้วย

4
แบ่งทรัพย์มรดกตามลำดับทายาทโดยธรรม

ผู้จัดการมรดกดำเนินการแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด โดยทายาททุกคนต้องเห็นชอบหรือยึดตามคำพิพากษาศาล

5
โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินตามกฎหมาย

หลังแบ่งมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ให้แก่ทายาทแต่ละรายที่กรมที่ดินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

📜 เกณฑ์ผู้ที่ขอเป็นผู้จัดการมรดกได้

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้ต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือคนไร้ความสามารถ และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย โดยปกติศาลจะตั้งทายาทที่มีผลประโยชน์มากที่สุดหรือที่ทายาทส่วนใหญ่เห็นชอบ

⚖ คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
ฎีกาที่ 838/2508
ป.พ.พ. มาตรา 1713
เมื่อพินัยกรรมมีข้อกำหนดตั้งผู้จัดการมรดกไว้ และไม่ปรากฏว่าข้อกำหนดนั้นไม่มีผลบังคับด้วยประการใด ๆ ก็ไม่เป็นกรณีมีเหตุสมควรที่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นจะขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกอีก (นัยตรงกันข้าม: เมื่อไม่มีพินัยกรรม ทายาทโดยธรรมทุกคนมีสิทธิ์ยื่นคำร้องได้)
ฎีกาที่ 1518/2561
ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย, มาตรา 1713
ผู้ที่ถูกตัดมิให้รับมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย ไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องคัดค้านและขอตั้งผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1713 กล่าวคือ เฉพาะผู้ที่ยังมีสิทธิ์ในมรดกเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้

ทำไมพินัยกรรมถึงดีกว่า

นักกฎหมายที่ทำงานด้านมรดกมานาน ต่างยืนยันตรงกันว่า การทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าช่วยแก้ปัญหาได้เกือบทั้งหมดที่กล่าวมา

✅ ประโยชน์ของการมีพินัยกรรม
  • กำหนดได้เองว่าใครจะได้อะไร ในสัดส่วนเท่าไร ไม่ต้องพึ่งกฎหมายที่อาจไม่ตรงใจ
  • ป้องกันข้อพิพาทระหว่างทายาท เพราะเจตนาชัดเจนตั้งแต่ต้น
  • ระบุผู้จัดการมรดกได้ล่วงหน้า ไม่ต้องรอคำสั่งศาล
  • มอบทรัพย์สินให้คนที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรมได้ เช่น หลาน แฟนที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือมูลนิธิ
  • ระบุความประสงค์เรื่องการจัดการศพ การบริจาคอวัยวะ หรือเรื่องอื่น ๆ ได้

การทำพินัยกรรมไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด มีแบบที่เขียนเองทั้งฉบับโดยไม่ต้องมีพยาน และแบบธรรมดาที่ต้องมีพยาน 2 คน ซึ่งทำได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องไปทนายความ อยากรู้รายละเอียดว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไรอ่านได้ที่ บทความ: พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มยังไง

ข้อแนะนำสำหรับวัยเก๋า

ถ้าคุณยังไม่มีพินัยกรรม นี่คือสิ่งที่ควรทำในลำดับแรก

💡 เริ่มต้นได้เลย ไม่ต้องรอ
  • สำรวจทรัพย์สินที่มีอยู่ — ที่ดิน บ้าน เงินฝาก หุ้น ประกันชีวิต รถ ฯลฯ
  • ตัดสินใจว่าอยากให้ใครได้อะไร — อย่าทิ้งไว้ให้กฎหมายตัดสิน
  • เลือกแบบพินัยกรรมที่เหมาะกับคุณ — แบบเขียนเองหรือแบบธรรมดา
  • ปรึกษานักกฎหมายหากมีทรัพย์สินซับซ้อน — ธุรกิจ หุ้นส่วน ที่ดินหลายแปลง ฯลฯ
  • บอกคนในบ้านว่าพินัยกรรมเก็บไว้ที่ไหน — เพื่อไม่ให้หายไปเมื่อจำเป็น

พร้อมวางแผนมรดกแล้วหรือยัง

อ่านบทความเพิ่มเติมเรื่องวิธีทำพินัยกรรม ประเภทพินัยกรรม และข้อควรระวัง เพื่อให้ทรัพย์สินที่สร้างมาทั้งชีวิตตกไปถึงมือคนที่คุณรัก

อ่านวิธีทำพินัยกรรม →

อ่านต่อในคลัสเตอร์มรดกและพินัยกรรม: ถ้าอยากเข้าใจฝั่งการวางแผนล่วงหน้า ให้ไปที่ พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มยังไง และถ้าต้องการดูหน้ารวมของหมวดนี้ให้ไปที่ กฎหมายผู้สูงอายุ

คำถามที่มักถามบ่อย

ถ้าพ่อเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม ลูกต้องทำอะไรก่อน
ขั้นแรกคือรวบรวมทายาทโดยธรรมทั้งหมดแล้วหารือร่วมกันว่าจะยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ หากทายาทเห็นชอบกันทุกคน สามารถยื่นคำร้องต่อศาลร่วมกัน หรือมอบให้คนใดคนหนึ่งยื่นในฐานะตัวแทนก็ได้
ถ้าทายาทไม่ยอมตกลงกัน จะทำอย่างไร
กรณีทายาทไม่สามารถตกลงกันได้ ทางออกคือยื่นคดีต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่ง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีและมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสูง นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ควรทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า
มรดกมีอายุความไหม รอนานแค่ไหนก็ได้หรือเปล่า
มีอายุความ — ทายาทต้องเรียกร้องมรดกภายใน 1 ปีนับจากวันที่รู้หรือควรรู้ถึงการตายของเจ้ามรดก หรืออย่างช้าที่สุดภายใน 10 ปีนับจากวันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต ถ้าพ้นกำหนดนี้อาจเสียสิทธิ์ได้
บัญชีธนาคารที่ผู้ตายมีอยู่ ทายาทจะถอนออกมาได้ไหม
ไม่ได้ทันที ธนาคารจะอายัดบัญชีโดยอัตโนมัติเมื่อเจ้าของเสียชีวิต ทายาทต้องแสดงเอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาทและคำสั่งศาล (ถ้ามีพินัยกรรมก็ใช้พินัยกรรม) เพื่อขอถอนเงินหรือโอนบัญชี
ภาษีมรดกต้องจ่ายหรือเปล่า ถ้าไม่มีพินัยกรรม
ภาษีมรดกจะถูกคิดก็ต่อเมื่อมูลค่ามรดกที่ได้รับเกิน 100 ล้านบาท ในส่วนที่เกิน ทายาทต้องเสียภาษีในอัตรา 10% (หรือ 5% หากเป็นทายาทโดยตรง) โดยไม่ว่าจะมีพินัยกรรมหรือไม่ก็ตาม

📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ถ้าต้องการอ่านต่อในเว็บนี้ ให้ดู ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ, ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม, พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มยังไง และ หน้าปรึกษากฎหมาย

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก มาตรา 1599–1755 โดยสรุปสาระในหน้านี้ที่ สรุปให้เข้าใจง่าย และ ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ
  2. กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. เติมรู้ เตรียมพร้อมก่อนสูงวัย. พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2562.
  3. ดร.อภิชัย จันทรเสน. กฎหมายสำหรับผู้สูงอายุ. สำนักสงเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ.
  4. อวยชัย อิสรวิริยะสกุล. พินัยกรรมต้องทำตามแบบ. MU LAW E-Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 ก.ค.–ธ.ค. 2562.
  5. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11.
  6. พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558.
  7. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2481: ป.พ.พ. มาตรา 1693, 1694, 1695 — พินัยกรรมหลายฉบับ การเพิกถอนต้องกระทำแต่ละฉบับ การเพิกถอนด้วยวาจาไม่มีผล การทำลายหลังผู้ทำพินัยกรรมตายไม่มีผล อ่านต่อคู่กันกับ บทความเรื่องการทำพินัยกรรม
  8. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2508: ป.พ.พ. มาตรา 1693, 1695, 1713 — การเพิกถอนพินัยกรรมต้องทำลายหรือขีดฆ่าเท่านั้น ไม่ใช่วาจา; พินัยกรรมที่ตั้งผู้จัดการมรดกมีผลบังคับ ทายาทอื่นขอตั้งเพิ่มไม่ได้ ดูหัวข้อ ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม
  9. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2540: ป.พ.พ. มาตรา 1481, 1656, 1671, 1705 — พินัยกรรมมีพยาน 3 คนสมบูรณ์แม้ไม่มีลายมือชื่อผู้เขียน; สินสมรสส่วนของผู้ตายเป็นทรัพย์มรดกที่แบ่งได้
  10. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2545: ป.พ.พ. มาตรา 850, 1612, 1615, 1656, 1705, 1727 — บันทึกข้อตกลงรับเงินแล้วไม่เรียกร้องอีกเป็นการสละมรดกทั้งหมด; พินัยกรรมพยานไม่ลงวันที่เป็นโมฆะ อ่านต่อคู่กันกับ บทความเรื่องการทำพินัยกรรม
  11. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2561: ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย, 1658, 1713 — ผู้ถูกตัดมรดกไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก; พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องมีรายการครบถ้วน ดูหัวข้อ ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม
  12. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563: ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย, 1693, 1694, 1713 — พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรกได้; ข้อกำหนดพินัยกรรมไม่ผูกพันทรัพย์สินของคู่สมรสที่ยังมีชีวิต อ่านต่อที่ พินัยกรรมผู้สูงอายุ ควรเริ่มยังไง
  13. ศาลจังหวัดระนอง. การเตรียมเอกสารยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก. แนวปฏิบัติ ม.1713. ดูหัวข้อ ขั้นตอนหลังไม่มีพินัยกรรม
🌿

เอกสยาม ชัยศร (น้องเอ้)

นักกฎหมาย · ผู้ก่อตั้งสุขใจวัยเก๋า

ประสบการณ์ด้านกฎหมายมากกว่า 25 ปี เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแพ่ง มรดก และการวางแผนทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ มุ่งสื่อสารเรื่องกฎหมายให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงสำหรับทุกคน